รู้ตัวแล้วสาวสักยันต์ถูกฆ่าหั่นทิ้งศพเกลื่อนกรุง เพื่อนเผยก่อนตายเครียดทะเลาะผัว (คลิป)

รู้ตัวแล้วสาวสักยันต์ถูกฆ่าหั่นทิ้งศพเกลื่อนกรุง เพื่อนเผยก่อนตายเครียดทะเลาะผัว (คลิป)

วันที่ 9 ก.พ. 65 เวลา 15.15 น. บริเวณใต้สะพานอรุณอมรินทร์ ข้างกองเรือเล็ก เขตบางกอกน้อย กทม. เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และแพทย์ได้ลงพื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุ ตรวจเศษชิ้นส่วนมนุษย์ที่พบในแม่น้ำ

ได้นำชิ้นส่วนที่เก็บได้มาประกอบเป็นเป็นรูปร่าง ส่วนของศีรษะที่หลุดออกจากร่าง ลักษณะศีรษะเส้นผมหลุดลุ่ย ส่วนลำตัวนั้นมีแค่ครึ่งลำตัวส่วนบน

บริเวณหน้าอกข้างขวามีลักษณะนูนคล้ายซิลิโคนเสริมหน้าอก ส่วนหน้าอกข้างซ้ายขาด ยังหาไม่พบในที่เกิดเหตุ และศพท่อนล่างถูกพบในพื้นที่อื่น

หลังจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบศพในที่เกิดเหตุเบื้องต้น นำศพส่งผ่าพิสูจน์โรงพยาบาลศิริราช เนื่องจากไม่สามารถพิสูจน์อัตลักษณ์ของผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุได้ ยังไม่มีการยืนยันว่าร่างของผู้เสียชีวิตเป็นเพศใด

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 10.30 น. พบชิ้นส่วนมนุษย์ขาข้างซ้ายลอยน้ำบริเวณ ท่าน้ำวัดหงส์ ในพื้นที่ สน.บุปผาราม อีกหนึ่งส่วน เขตที่พบท่อนบน เขต สน.บางกอกน้อย และยังไม่ทราบว่าชิ้นส่วนที่พบทั้งหมดนั้นเป็นของร่างเดียวกันหรือไม่ ระหว่างที่รอให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบนั้นได้จัดอาสาสมัครออกตรวจหาต่อไป

ล่าสุดแจ้งพบศรีษะบริเวณกองเรือเล็กในเวลา 13.20 น. และล่าสุดเวลา 13.34 น. อาสาได้รับแจ้งพบชิ้นส่วนขาข้าง ท่าน้ำวัดน้อยใน ถนนชัยพฤกษ์ เขต สน.ตลิ่งชัน กทม.





โดยสภาพศพเน่าเปื่อย คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 วัน ตำหนิที่พบสภาพท่อนบนด้านหลังมีรอยสักยันต์เก้ายอด รูปเสือ และรอยสักพระราหู สวมสร้อยข้อมือทองฝั่งเพชรที่ข้อมือซ้าย นิ้วนางข้างซ้ายสวมแหวนพลอยสีแดง เล็บมือทั้ง 2 ข้างเป็นสีเหลือง

เนื่องจากว่าเจอชิ้นส่วนมนุษย์ร่วม 4 ชิ้น แต่คาดว่าผู้เสียหายชีวิตรายนี้อาจจะถูกแบ่งชิ้นส่วนอย่างน้อย 6 ชิ้น เพราะชิ้นส่วนที่ขาดอยู่หายไปตั้งข้อเท้าขวา และส่วนลำตัวตั้งแต่ใต้ราวนมถึงอวัยวะเพศ คาดว่าส่วนนี้อาจจะถูกแบ่งมากกว่านี้ก็เป็นไปได้

ส่วนที่ใต้สะพานอรุณอมรินทร์ จุดที่พบชิ้นส่วนท่อนบน นายธานี ศรีวรรณยศ อายุ 58 ปี ประธานชุมชนสันติชนสงเคราะห์ แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย แจ้งว่าพบกระเป๋าต้องสงสัยวางทิ้งไว้ตรงบันไดเข้าท่าน้ำนานกว่า 4 วัน

พบกระเป๋าเดินทางสีเขียว ยี่ห้อ Samsonite วางพิงราวบันไดเข้าท่าน้ำ ทีมข่าวจึงใช้เครื่องมือวัดในมือถือวัดได้ขนาดความยาวประมาณ 68 ซม. กว้างขนาด 50 ซม. ประสานงานไปยัง พ.ต.อ.จารุวัตร สิงหศรีชัย ผกก.สน.บางยี่ขัน ขอให้ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ จากนั้นพนักงานสอบสวน (ร้อยเวร) สน.บางยี่ขัน ลงพื้นที่มาตรวจสอบ ก่อนขอความร่วมมือประธานชุมชุม และชาวบ้าน ช่วยเปิดกระเป๋า ซึ่งปิดล็อกอย่างดี เมื่อเปิดออกมาพบแต่เสื้อผ้า เป็นกางเกงและเสื้อยืด ส่วนใหญ่มีลายผู้หญิง

ล่าสุดเมื่อ เวลา 18.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สน.บางยี่ขัน นำรถกระบะมาขนกระเป๋าไปไว้ที่สถานีตำรวจ เพื่อทำการตรวจและหาเจ้าของต่อไป

นายธานี ประธานชุมชนสันติชนสงเคราะห์ เปิดเผยว่า ตนเองพบกระเป๋ามากว่า 4 วันแล้ว เห็นว่าเป็นกระเป๋าที่มียี่ห้อราคาไม่ต่ำกว่าพันบาท จึงประชาสัมพันธ์ในชุมชนไปก่อนหน้านี้ แต่ชาวบ้านยืนยันว่าไม่ใช่ของชาวบ้าน จึงรอว่าเดี๋ยวคงมีเจ้ามาเอากลับไป แต่ปรากฏว่าถึงวันนี้แล้วกระเป๋ายังวางอยู่ที่เดิม กระทั่งเมื่อช่วงเช้าตนเองติดธุระไปจัดสถานที่ที่สุเหร่า บางกอกใหญ่ จึงไม่ได้สนใจว่ากระเป๋ายังอยู่หรือไม่ เมื่อกลับมาพบทีมข่าว กระเป๋ายังอยู่ที่เดิม จึงสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการพบชิ้นส่วนมนุษย์หรือไม่ แต่ก็เบาใจที่ทีมข่าวช่วยประสานตำรวจมาตรวจ

ส่วนเรื่องชิ้นส่วนมนุษย์ที่พบ ได้สอบถามคนในชุมชนแล้วยืนยันว่าไม่ใครสูญหาย คนในชุมชนไม่มีรูปพรรณสัณฐานลักษณะนี้ แต่ตนสงสัยและจำได้ว่าเมื่อ 4-5 วันก่อน พี่สาวพักอาศัยอยู่ริมคลองบางกอกใหญ่ ใกล้สะพานเจริญพาศน์ บอกว่าช่วงเวลาประมาณตี 1 เห็นคนขับรถกระบะสีดำจอดกลางสะพาน ก่อนโยนวัตถุบางอย่างลงน้ำ ตอนนั้นมองไม่เห็นว่าเล็กหรือใหญ่ แต่วัตถุที่ตกลงไปในน้ำเสียงค่อนข้างดัง จากนั้นก็ขับรถออกไปทางโพธิ์สามต้น หรือถนนอิสระภาพขาออก

ทีมข่าวลงพื้นที่จุดพบศพ กองเรือเล็ก กทม. พบว่าท่าเทียบเรือที่พบศพนั้นอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีเรือเล็กทหารเรือจอดเรียงริมฝั่งนับ 10 ลำ ศพที่พบลอยอยู่ข้างเรือเล็ก เลขประจำเรือ ขส.ทร.3201

พลทหารณัฐวุฒิ นามโคร พลทหารสังกัดกองเรือเล็กกรมการขนส่งทหารเรือ คนพบศพ เปิดเผยว่า ในช่วงเช้าของวันนี้ เวลาประมาณ 08.20 น. ขณะที่ตนกำลังไปเตรียมเรือฝึกที่จอดเทียบท่าในกองเรือเล็ก สังเกตเห็นร่างของมนุษย์ลอยอยู่ข้างเรือ ขส.ทร.3201 ซึ่งในตอนแรกคิดว่าเป็นหมอนข้างที่ถูกทิ้งน้ำ เมื่อดูอย่างละเอียดพบว่าเป็นร่างของมนุษย์ มีแขน และลอยคว่ำหน้า มีรอยสักอยู่เต็มแผนหลัง ตนจึงได้แจ้งผู้บังคับบัญชา ได้แจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยมากู้เก็บศพ

เมื่อนำศพขึ้นมาบนฝั่งนั้น สังเกตว่าศพดังกล่าวทาเล็บมือสีเหลือง มีเครื่องประดับจำพวกแหวนและสร้อยข้อมือทอง แต่เนื่องจากสภาพศพที่เน่าเปื่อย ตนก็ไม่มั่นใจว่าศพดังกล่าวเป็นผู้หญิงหรือสาวประเภทสอง ไม่มั่นใจว่าเป็นการฆาตกรรมหรือไม่ อย่างไรก็ตาม สำหรับจุดพบศพนั้นเป็นสถานที่ราชการ ไม่มีคนเข้าออก จึงเชื่อว่าศพดังกล่าวน่าจะลอยมาจากที่อื่น และมาลอยที่ท่าเทียบเรือ

ส่วนหัวถูกพบลอยอยู่กลางน้ำในภายหลัง โดยห่างจากจุดที่เจอร่างประมาณ 200 เมตร ที่ท่าเรือมัสยิดหลวงอันซอริซ ซุนนะห์ เขตบางกอกน้อย ใกล้แผนกกองเรือราชพิธี

ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่ไปยังท่าน้ำวัดน้อยใน ในพื้นที่เขตตลิ่งชัน กทม. เป็นท่าเรือที่มีศาลาต่อกับโป๊ะท่าเรือติดกับวัด จุดนี้มีการพบขาข้างขวาของศพปริศนาที่ลอยน้ำมา นายสนั่น แก้วสะอาด อายุ 43 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ บอกว่า ช่วงเวลาประมาณ 13.30 น. ตนกำลังขายก๋วยเตี๋ยวอยู่หลังวัดติดกับริมน้ำ มีลูกค้าเดินเล่นบริเวณศาลาท่าน้ำ เหลือบไปเห็นวัตถุคล้ายขาคน วิ่งหน้าซีดมาหาตน บอกให้ช่วยไปดูตรงท่าน้ำว่าใช่ขาคนหรือไม่

จากนั้นตนจึงรีบวิ่งไปดูก็พบว่าชิ้นส่วนที่มาติดบริเวณโป๊ะท่าเรือ เป็นขาศพที่ขึ้นอืดจริง จึงโทรหาลูกชาย ซึ่งทำอาสาร่วมกตัญญู และรีบโทรแจ้งตำรวจให้มาในที่เกิดเหตุ ขณะนั้นน้ำค่อนข้างแรงจึงมีการเอาเชือกไปผูกกับขาศพไว้ก่อน จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึง และบอกว่าน่าจะเกิดจากการฆาตกรรม เพราะยังมีอีกพื้นที่ว่าพบชิ้นส่วนศพเหมือนกัน

โดยปกติแล้วคลองบางกอกน้อยก็ไม่ค่อยเจอศพ นาน ๆ เจอที ซึ่งตนก็มองว่าศพไม่น่าจะถูกใบพัดเรือ แต่น่าจะเป็นการฆ่าหั่นศพโยนทิ้งน้ำ เหมือนที่ตำรวจสันนิษฐานไว้ ส่วนทิศทางของศพ ตนตอบไม่ได้จริง ๆ เพราะทิศทางของน้ำ รวมถึงน้ำขึ้นน้ำลงเป็นไปตามธรรมชาติ แล้วแต่ว่าช่วงไหนจะพัดไปทางไหน คาดว่าจุดสำคัญอาจจะอยู่แถวมัสยิดใกล้ท่าน้ำวัดหงส์ เพราะเจอทั้งชิ้นตัวบนกับศีรษะ

โดยเมื่อวันที่ 6 ก.พ. 65 เวลา 18.24 น. นางสาวมณีรัตน์ มีการโพสต์ข้อความว่า “สักวัน พวกคุณจะคิดถึงเรา”

ทีมข่าวได้มีโอกาสโทรศัพท์ไปพูดคุยกับนางสาวศศิธร นกสกุล อายุ 29 ปี เพื่อนสนิทของนางสาวมณีรัตน์ ซึ่งคาดว่าเป็นผู้เสียชีวิต เนื่องจากทางญาติเดินทางมายืนยัน เปิดใจว่า ตนสนิทกับนางสาวมณีรัตน์มาก เนื่องจากเรียนด้วยกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม โดยล่าสุดเจอกันเมื่อวันอาทิตย์ 6 ก.พ.65 เจ้าตัวมาร้องไห้กับตน ประเด็นเรื่องของสามีนอกใจมีคนอื่น ตัดพ้อกับตนว่าจะไปกระโดดสะพานพระราม 8 เพื่อฆ่าตัวตาย ซึ่งตนก็ให้กำลังใจว่าอย่าไปทำแบบนั้น

โดยนางสาวมณีรัตน์มาอยู่ที่บ้านตนตั้งแต่วันที่ 4 ก.พ. 65 ซึ่งก็ไม่รู้ว่าหายตัวไป เพราะนางสาวมณีรัตน์บอกว่าจะไปทำงาน พอหายตัวไป แม่ของนางสาวมณีรัตน์ก็พยายามติดต่อมาหาตน เพื่อสอบถามว่าตอนนี้นางสาวมณีรัตน์ยังอยู่กับตนหรือไม่ ตนก็บอกแม่ไปว่า นางสาวมณีรัตน์กลับไปตั้งแต่วันอาทิตย์แล้ว

กระทั่งวันนี้ มีการแชร์ข่าวไปในสื่อสังคมโซเชียลมีเดีย ถึงอัตลักษณ์บุคคลไม่ว่าจะเป็นรอยสัก สีทาเล็บ ซึ่งตนจำได้แม่น เพราะก่อนที่นางสาวมณีรัตน์หายตัวไป ตนเป็นคนทาเล็บให้นางสาวมณีรัตน์เอง

ส่วนปมสาเหตุตนคาดว่าน่าจะมาจากเรื่องน้อยใจที่สามีนอกใจ แต่ก็ไม่คิดว่านางสาวมณีรัตน์จะตัดสินใจแบบนี้ อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลชันสูตรศพว่าจะเป็นในเรื่องของการฆาตกรรมหรือการฆ่าตัวตาย เพราะที่ผ่านมานางสาวมณีรัตน์เป็นคนนิสัยดี ไม่เคยมีปัญหากับใคร และเป็นคนชอบเก็บความรู้สึกไว้คนเดียว แม้กระทั่งตนเป็นเพื่อนสนิท เจ้าตัวก็ไม่ค่อยเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟัง ตอนนี้สภาพจิตใจ ยังอยู่ในความตกใจและเสียใจ ซึ่งตอนนี้ก็ไม่อยากเชื่อเลยว่าเพื่อนตัวเองเสียชีวิตแล้ว

นายประเสริฐ เกล็ดพงษา อายุ 55 ปี หัวหน้าฝ่ายการศึกษาและประชาสัมพันธ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติฯ คนพบชิ้นส่วนหัว เปิดเผยว่า เป็นประจำทุกวันหลังทานข้าวเสร็จจะมายืนดูปลาตรงข้ามท่าน้ำแนวเดียวกัน ตอนนั้นประมาณ 13.00 น. เห็นศีรษะ นึกว่าหัวตุ๊กตา เรียกเพื่อนมาช่วยดู แต่พอน้ำกระเพื่อมก็เห็นผม จึงตกใจอุทานว่า “ไม่ใช่แล้ว นั่นคนนี่หว่า” รีบวิ่งไปแจ้งเจ้าหน้าที่ เนื่องจากทราบข่าวเมื่อเช้าก่อนว่ามีการพบศพที่ท่าน้ำให้ทางเข้ากองเรือเล็ก

ตนตกใจมากที่เจอเหตุการณ์แบบนี้ เพราะทำงานมา 30 ปี ที่เจอส่วนใหญ่เป็นร่างคนเลย แต่เป็นแบบนี้แล้วรู้สึกว่าเป็นการฆาตกรรมแน่ ๆ คนทำจิตใจทำด้วยอะไร แต่บางคนบอกโดยใบบัดเรือ ตนในฐานะคนขับรถมาก่อนยืนยันว่าโอกาสโดนใบพัดน้อยมาก เพราะถ้าโดนจะไม่เละขนาดนี้ มองว่าฆาตกรรมแบบฆ่าหั่นศพแน่นอน อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าการที่ตนเห็นหัวครั้งนี้ คนตายอยากให้ตนเห็น ตนจึงอยากให้กำลังใจเจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบติดตามหาคนร้ายให้ได้โดยเร็ว

ด้าน นพ.วีรศักดิ์ จรัสชัยศรี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ มศว เปิดเผยว่า จากรณีพบศพหญิงสาวปริศนานั้น ถ้าเทียบกับการดูชิ้นส่วนของศพแล้ว คาดว่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 1-2 วัน เนื่องจากบริเวณผิวหนังของตัวศพเริ่มมีการหลุดลอกออก อวัยวะเริ่มบวมอืด เนื่องจากพบศพบริเวณในน้ำ ซึ่งเน่าช้ากว่าพบบนดิน

ซึ่งบาดแผลดังกล่าวจะต้องมีการประเมินว่าเกิดขึ้นก่อนหรือหลังเสียชีวิต เท่าที่ดูจากร่องรอยคาดว่ามีบางส่วนเกิดขึ้นหลังจากเสียชีวิตแล้ว อาจจะกระทบกับกระแสวัตถุในน้ำ รวมถึงอาจถูกใบพัดเรือทำให้เกิดบาดแผล ซึ่งบาดแผลศพรายนี้ไม่พบในเหยื่อฆาตกรรมที่หั่นศพทั่วไป เนื่องจากหั่นยังไม่ขาดชิ้นส่วน ซึ่งควรจะหั่นตามตำแหน่งที่สามารถตัดออกจากกันได้ พบว่าขอบของบาดแผลไม่ได้เรียบเสียส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบาดแผลบริเวณศีรษะ คือรอยตัดของกะโหลกยังไม่เรียบ ต่างจากการฆาตกรรมเคสอื่นที่จะตัดกระดูกบริเวณกระดูกสันหลังบริเวณต้นคอ รวมถึงร่องรอยบาดแผลตามแขน ไม่ได้มีรอยขาดกัน ซึ่งอาจจะเกิดเหตุฆ่าตัวตายหรือประสบอุบัติเหตุก็ได้
VDO

Leave a Reply

Your email address will not be published.