ผักกาดย่า ผักพื้นบ้าน กินคู่กับแกงหน่อไม้ หมกหน่อไม้ แซ่บๆ

ฤดูฝนมาถึงแล้ว ทำให้นึกถึงผักพื้นเมืองชนิดหนึ่ง มีรสเปรี้ยวฝาดเผ็ดร่วมกัน นิย มกินเป็นผักเคียงกับแกงหน่อไม้ ซุปหน่อไม้ ลาบ แกงคั่ว น้ำพริกต่างๆ นั่นคือ “ผักกาดย่า”

มีตำนานเล่าต่อกันมาว่า สองเฒ่าสามีภรรยา เดินไปทำนาระหว่างทางได้พักรับประทานผักนี้เข้าไป รู้สึกว่ามีแรงมีพละกำลังเพิ่มขึ้น จึงทำให้เรื่องนี้เล่าลือกันต่อมา คนรุ่นหลังรู้จักและเก็บผักนี้ มารับประทานต่อกันเรื่อยมา และชาวบ้านจึงเรียกผักนี้ว่า “ผักปู่ย่า” คนอีสาน เรียกว่า”ผักกาดย่า”

ช่วงฤดูฝน หากมีโอกาสได้กลับบ้านต่างจังหวัด ได้สัมผัสกับกลิ่นอายของบรรยากาศพื้นบ้านที่อบอุ่น การอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว แล้วทำอาหารรับประทานร่วมกัน คงมีความสุขไม่น้อย โดยเฉพาะการได้รับประทานผักกาดย่า ยอดอ่อน ๆ กลิ่นหอม ๆ กับซุปหน่อไม้หรือหมกหน่อไม้ร้อน ๆ แกะออกใส่จานกินกับข้าวเหนียว อร่อยอย่าบอกใครเชียว

นอกจากรสชาติและกลิ่นที่เฉพาะตัวแล้ว ยังมีสรรพคุณช่วยบำรุงเลื อด แก้วิงเวียน จากงานวิจัยพบว่า มีส ารต้ านอนุมูลอิสระสูง จึงมี ส ร ร พ คุณ ในการยั บยั้งการสร้างเซ ลล์มะเร็ งได้ดี

ลักษณะทั่วไป

ถือเป็นไม้เถา ลำต้นตั้งตรงหรือเลื้อยพันต้นไม้อื่น สูงประมาณ 1-2 เมตร ลำต้นมีหนามแหลม ทั้งลำต้นใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเป็นคู่ข้ามกัน ก้านใบยาว 25-40 เซนติเมตร ใบย่อยมี 10-30 คู่และแตกออกไปอีก 10-20 คู่ กว้าง 4 มิลลิเมตร ก้านใบสีแดง มีหนามแหลมตามกิ่งก้านทั่วไป ดกเป็นดอกช่อยาว 20-40 เซนติเมตร ดอกสีเหลืองดอกบานในช่วงฤดูหนาว ใบและช่อดอกมีกลิ่นฉุนรุนแรงคล้าย กลิ่นแมงกะแท้หรือแมงดา

เป็นอย่างไรกันบ้าง กับผักพื้นบ้านชนิดนี้ นับวันยิ่งหาย ากขึ้นทุกที หากใครพอมีพื้นที่ปลูก แนะนำปลูกใส่กระถางก็ได้ ดูแลง่าย การขยายพันธุ์สามารถเพาะจากเมล็ด หรือจะนำต้นเล็ก ๆ ไปปลูกก็สามารถเจริญเติบโตได้ดี แต่ควรตัดแต่งกิ่งเป็นประจำ เพราะผักชนิดนี้โตเร็ว และมีหนามค่อนข้างเยอะ ที่สำคัญเวลาเก็บยอดควรหาถุงมือมาใส่ ป้องกันหนามด้วยนะครับ วันนี้แอดมินไปก่อน บ๊าย

 

Leave a Reply

Your email address will not be published.