นักมวยชื่อดัง เสียชีวิตแล้ว

ชูชีพ เอี่ยมเอิบ หรือชื่อในวงการมวยไทยในอดีตคือ “วิชาญน้อย พรทวี” ได้ถึงแก่กรรมคืนวันจันทร์ที่ 31 มกราคม ที่จังหวัดนนทบุรี จากอาการป่วยโรคหัวใจล้มเหลว ถือเป็นการจากไปของตำนานมวยไทย ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น”สุดยอดมวยไทย” และมีฉายาที่ถูกเรียกขานในวงการมวยไทย ระหว่างปี 2510 – 2520 คือ ยอดมวยอมตะ , สุภาพบุรุษสังเวียน , เฒ่าสารพัดพิษ, ยอดมวยเมืองนนท์ , และ จงอางหวงไข่ เส้นทางชีวิตของ ชูชีพ เอี่ยมเอิบ หรือ “วิชาญน้อย พรทวี” ชาวไทยเชื้อสายจีน เกิดวันที่ 25 มกราคม 2491 ที่อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี


ต่อมาบิดาได้ย้ายถิ่นฐานจากจังหวัดปทุมธานี มาตั้งรกรากอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี ชูชีพ เอี่ยมเอิบ หรือ “วิชาญน้อย พรทวี” ในวัยเด็ก อาศัยอยู่กับบิดา ในขณะที่มารดา แยกไปจากครอบครัว เข้าสู่สังเวียนหมัดมวย ตั้งแต่อายุ 13 ปี ด้วยการตระเวนชกมวยตามงานวัด โดยได้ค่าตัวจากการชกมวยในขณะนั้น ครั้งละ 5 บาท เมื่อสั่งสมประสบการณ์มากขึ้น ได้ออกเดินสายชกมวยตามต่างจังหวัด จนเข้ามาชกในกรุงเทพฯ ทั้ง เวทีลุมพินี และ เวทีราชดำเนิน
ในขณะที่ค่าตัวในวัยหนุ่ม ขยับขึ้นไปอยู่ที่ 250,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นนักมวยไทย ที่มีค่าตัวสูงที่สุดในยุคนั้น ( เทียบอัตราทองคำในขณะนั้น ที่ราคาซื้อขายบาทละ 3,000บาท ) วิชาญน้อย พรทวี มีประวัติเป็นแชมป์มวยไทย เวทีราชดำเนิน เข็มขัด 2 เส้น และ ลุมพินี เข็มขัด 1 เส้น ระหว่างที่ยึดอาชีพนักมวยไทย วิชาญน้อย พรทวี นำรายได้จากการชกมวย มาลงทุนทำการค้า โดยต่อยอดไปจากอาชีพค้าขาย ที่บิดาปูพื้นฐานเอาไว้ ขณะที่ผลงานในฐานะนักมวยไทย ได้รับการเชิดชูให้เป็น นักมวยยอดเยี่ยม ปี2521 ผลงานมวยไทย ที่ฝากไว้ก่อนแขวนนวมในปี 2524 ขณะที่อายุ 34ปี คือ แชมป์มวยไทยรุ่นฟลายเวต และ แชมป์มวยไทยรุ่นจูเนียร์ไลต์เวต เมื่อหันหลังให้กับมวยไทย วิชาญน้อย พรทวี เดินหน้ากับธุรกิจของตัวเอง ทั้งร้านอาการ , ทำบ้านจัดสรร, ทำธุรกิจมินิมาร์ท , ค้าส่ง เบียร์ และเครื่องดื่ม ทำธุรกิจพัฒนาที่ดิน รวมทั้งเข้าสู่งานการเมืองท้องถิ่น ด้วยการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาล ( สท. ) นนทบุรี

ระหว่างปี 2558-2563 มีทายาท 4 คน ( ชาย2 หญิง2 ) ทุกคนจบการศึกษาระดับปริญญา และรับหน้าที่ให้ดูแลธุรกิจ ที่วิชาญน้อย พรทวี ได้สร้างเอาไว้ สุนนท์ จันทร์ศรีทอง อดีตบรรณาธิการข่าวกีฬา หนังสือพิมพ์”คมชัดลึก” ผู้คร่ำหวอดในแวดวงมวยไทย ให้สัมภาษณ์กับ ว่า วิชาญน้อย พรทวี ถือเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จในทุก ๆ ด้าน ทั้งกับวงการมวยไทย และการใช้ชีวิตหลังเลิกจากการชกมวย เพราะสามารถที่จะสานต่อธุรกิจที่บิดาสร้างเอาไว้ จนมาต่อยอดได้เอง

รวมทั้งการส่งต่อธุุรกิจที่สร้างไว้ให้ทายาทเข้ามาดูแล การมองการณ์ไกล ใช้ชีวิตอย่างรอบคอบ ทำให้วิชาญน้อย พรทวี ได้รับการยกย่องจากคนในวงการมวยถึงการเป็นต้นแบบ ที่นักมวยไทยควรเดินรอยตาม โดยเฉพาะการสร้างอาชีพให้กับตัวเอง เมื่อถึงเวลาที่ต้องแขวนนวม
ยุคของ วิชาญน้อย พรทวี ถือเป็นยุคทองของวงการมวยไทยยุคนั้น เรามีนักมวยที่เป็นที่รู้จักในขณะนั้น พร้อมกันกับ พุฒ ล้อเหล็ก, ดีเซลน้อย ช.ธนสุกาญจน์, ผุดผาดน้อย วรวุฒิ ถือเป็นช่วงทองของนักมวยและวงการมวยอย่างแท้จริง ที่สามารถหารายได้จากการค้ากำปั้น แต่อย่างที่รับรู้กัน วงการนี้เงินหามาง่าย และก็หมดไปง่าย แต่สำหรับวิชาญน้อย พรทวี เขาได้พิสูจน์ให้เห็นถึงการต่อยอด เพื่อสร้างรากฐานให้กับครอบครัว สำหรับผมแล้ว นี่คือคนในวงการมวยที่น่านับถือสุนนท์ กล่าว


ขอบคุณ คมชัดลึก

Leave a Reply

Your email address will not be published.