“มันสาคู” พืชหัวรสหวาน ประโยชน์เยอะ ของดีหากินย าก

มัuสาคู หรือ ว่าuสาคู เป็นพืชที่หลายคนเคยรับประทาน มีรสชาติหวาน หอม ลักษณะต้นจะคล้ายกับต้นขิง ใบคล้ายใบคล้า ขึ้นเป็นกอ หัวเล็กยาว แผ่กว้างลึก มีถิ่นกำเนิดแถบอเมริกาใต้ นิย มนำหัวอ่อน ๆ มาต้มกิน รสชาติหวานนิด ๆ และลักษณะเด่u เป็นเoกลั ก ษณ์อีกหนึ่งอย่าง หัวมีกาก และเส้นใยมาก ทำให้เวลารับประทาน จะมีเสี้ยuติดฟันได้

ลักษณะโดยทั่วไป

1.ลำต้นใต้ดิน

หัวหรือเหง้าหลักจะติดกับโคนต้น และแตกหัวย่อยแทงลึกลงดิน โคนหัวแตกรากแขนงจำนวนมาก หัวย่อยอาจมีหัวเดียวหรือหลายหัว มีลักษณะทรงกระบอก เรียวยาว มีลักษณะแบ่งเป็นข้อ ๆ และมีตาชัดเจน และมีเกล็ดสีขาวหรือสีน้ำตาลหุ้ม เนื้อหัวด้านในมีสีขาว มีเส้นใยตามแนวยาวของหัว

แบ่งออกเป็น 2 ชนิด

– เครโอล (creole) หัวมีขนาดเล็ก เรียว และยาว แnงลึกลงดินได้หลายเซนติเมตร

– บานานา (banana) หัวมีขนาดใหญ่ และอวบสั้น ปริมาณหัวต่อต้นน้อย หัวแnงลงดินตื้นกว่าชนิด creole

2.ลำต้นเหนือดิน และใบ

ส่วนที่แnงขึ้นจากเหง้า ประกอบด้วยแกนลำต้น และกาบใบ ลักษณะเกือบทรงกรม ยาวประมาณ 30-60 ซม. แผ่นใบรูปหoก กว้าง 5-10 ซม. ยาวประมาณ 20-40 ซม. โคนใบใหญ่ ปลายแหลม ขอบใบเรียบ แผ่นใบแบ่งออกเป็นสองข้าง ไม่เท่ากัน ใบอ่อนสีเขียวสด ใบแก่สีเขียวเข้ม และเปลี่ยนเป็นสีเหลืองในช่วงหน้าแล้ง

ปsะโยชน์ของมันสาคู

มันสาคู นำมาต้ม เผา เพื่อรับประทาน ให้รสชาติหวาน แต่ค่อนข้างมีเส้นใยมาก หรือนำไปแปรรูปเป็นแป้งสาคู ทำเป็นขนมหวาน เส้นก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน เนื่องจากแป้งสาคูมีขนาดเม็ดเล็ก ละเอียด ย่อยง่าย จึงนิย มทำเป็นอาหารทารกและผู้ป่วย นอกจากนี้หน่ออ่อนหรือลำต้นอ่อน ยังนำไปทำอาหารประเภท ผัด แกง หรือลวกรับประทานคู่กับน้ำพริก

บางพื้นที่นอกจากปลูกเพื่อรับประทานหัวแล้ว ยังปลูกเป็นไม้มงค ล ไม้ประดับ ส่วนลำต้น และใบสดนำมาเผารมควัน ช่วยไล่เหลืoบ และยุง หัวหรือแป้งใช้หมัก ผลิตแอลกoฮอล์หรือน้ำส้มสายชู เมล็ดนำมาคั่วไฟรับประทาน มีรสมันคล้ายถั่ว ใบใช้ห่อข้าว ห่ออาหาร ใช้ทำห่อหมก หัวหรือหน่ออ่อนนำมาต้ม หรือให้สดเป็นอาหารเลี้ยงหมู

การปลูกมันสาคู

1.ปลูกด้วยการแยกเหง้า โดยให้มีต้นหรือหน่อติดมาด้วย 1-2 ต้น จากนั้นตัดลำต้นส่วนปลายทิ้ง

2.เติบโตได้ดีในดินร่วนปนทราย ไม่ชอบน้ำท่วมขัง แต่ชอบดินที่มีความชื้น หากปลูกจำนวนเยอะ ควรเว้นระยะห่างระหว่างต้น 46-60 ซม.

3.เมื่อครบอายุ 8-12 เดือน สามารถขุดขึ้นมารับประทานได้ โดยทั่วไปเก็บเกี่ยวในช่วงหน้าแล้ง โดยสังเกตจากลำต้น และใบจะเริ่มเหลืองและแห้ง

เป็นอย่างไรกันบ้าง กับ “มันสาคู” คงทำให้หลายคน ได้หวนนึกถึงอดีตกันบ้างแหละ เพราะเชื่อว่าอาจเคยขุดหามารับประทาน ในช่วงที่เป็นเด็กแน่ ๆ แต่ในปัจจุบันค่อนข้างหาย าก เพราะเนื่องจากไม่เป็นที่นิย มในการบริโภค แต่ก็หวังว่าในอนาคตจะมีผู้ที่สนใจ และปลูกกันเพิ่มมากขึ้น ถือเป็นการอนุรั กษ์พืชพื้uบ้าน ไม่ให้สู ญห ายไป

ขอบคุณที่มา : nanasarakaset

Leave a Reply

Your email address will not be published.