สวัสดีค่ะเพื่อนๆ วันนี้แอดมินจะพาไปรู้จักกับผักบ้านๆ ตามท้องนาอีกชนิดหนึ่ง เผื่ว่าใครยังไม่รู้จัก นั่นก็คือ ผักกะโตวาใบพาย, จวาตอก” (สวาตอก) โฮบเฮบ หรือ โหบหาบ

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ วันนี้แอดมินจะพาไปรู้จักกับผักบ้านๆ ตามท้องนาอีกชนิดหนึ่ง เผื่ว่าใครยังไม่รู้จัก นั่นก็คือ ผักกะโตวาใบพาย, จวาตอก” (สวาตอก) โฮบเฮบ หรือ โหบหาบ

เป็ฯพืชน้ำที่อยู่ใต้น้ำ ลักษณธใบบาง กรอบ หหวาน อร่อย นิยมนำมารับประทานเป็นผักเคียง น้ำพริก ป่น

มารู้จักกับผักบ้านๆ ตามท้องนากันนะครับ เผื่อใครจะยังไม่รู้จักครับ นั่นคือ”กะโตวาใบพาย” หรือ “โฮบเฮบ” หรือแถบสุรินทร์บ้านเราเรียก”จวาตู้ก” หรือ “จวาตอก” (สวาตอก) เป็นพืชใต้น้ำที่มีคุณสมบัติพิเศษคือ ใบจะกรอบเปราะบางหวานอร่อยครับ มักนิยมทานสดกับป่นหรือน้ำพริก

.

“สันตะวา” เป็นพืชน้ำฤดูเดียว จะเจริญอยู่ใต้น้ำโดยมีรากยึดติดกับดิน ลำต้นสั้น 10-15 เซนติเมตร ใบ ใบเดี่ยว เรียงแบบเวียนสลับ แผ่นใบกรอบทั้งสองด้าน รูปหัวใจ ผิวใบเรียบ ขอบใบเป็นคลื่นเล็กน้อย แผ่นใบเป็นคลื่น ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเว้าคล้ายรูปหัวใจ ใบกว้าง 10-20 เซนติเมตร ยาว 10-20 เซนติเมตร เส้นใบแตกโค้งไปหาขอบใบ เส้นกลางใบเห็นชัด ใบอ่อนสีเขียว ใบแก่สีน้ำตาลอมเขียว

.

.

.

ก้านใบยาว 10-20 เซนติเมตร ขอบก้านใบมีหนามเล็กๆ เปราะหักง่าย ดอก ดอกช่อ ขนาดกลาง สีขาวหรือสีขาวอมม่วง กลีบดอก 3 กลีบ โคนกลีบรวมตัวกันเป็นท่อ ก้านช่อยาวชูช่อดอกเหนือน้ำ ผล เป็นฝักยาวหนา ผลค่อนข้างยาวมี ๓ ปีก มีเม็ดเล็กๆ จำนวนมาก ซึ่งเมื่อตกลงในดินจะงอกขึ้นมาเป็นต้นเล็กๆ ใช้เมล็ดขยายพันธุ์ได้อีกวิธีหนึ่ง

.

นอกเหนือจากการแตก หน่อ ถ้าสภาพแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ดี สันตะวาจะเจริญเติบโตและเพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อใดที่น้ำแห้ง สันตะวาก็จะแห้งตายไปด้วยคนไทยในชนบทรับประทานใบอ่อนและดอกเป็นผักสด แกล้มกับลาบ ก้อย แกงเผ็ด หรือใช้จิ้มน้ำพริก เป็นอย่างไรกันบ้างคะ หากเพื่อนๆคนไหนเคยรับประทานผักชนิดนี้ก็อย่าลืมเข้ามาคอมเมนต์แชร์ประสบการณ์ รสชาติที่เคยลิ้มลองกันนะคะ

ขอขอบคุณที่มา: สาวอิสานบ้านทุ่ง

Leave a Reply

Your email address will not be published.