ขอเพิ่มอีก?? เซเลนสกี้กลับลำ บอกจรวดทันสมัยที่สหรัฐฯส่งให้ ยังไม่สามารถชนะรัสเซียได้

(ภาพจากแฟ้ม) ทหารนาวิกโยธินสหรัฐฯ ขณะฝึกซ้อมยิงระบบจรวดหลายลำกล้องติดตั้งบนรถบรรทุกซึ่งมีความคล่องตัวสูง HIMARS ที่สนามฝึกแห่งหนึ่งในสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 2015 ทั้งนี้ยูเครนได้รับระบบจรวดแบบนี้ 12 ชุดแล้ว

ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี้ ของยูเครน กล่าวในวันอังคาร (2 ส.ค.) ว่า ถึงแม้สหรัฐฯจัดส่งพวกจรวดยิงไกลมาให้แล้ว แต่กองกำลังของเคียฟยังคงไม่สามารถเอาชนะฝ่ายรัสเซียได้ ขณะที่ในอีกด้านหนึ่ง มอสโกกล่าวหาวอชิงตันเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับสงครามยูเครน โดยอ้างคำให้สัมภาษณ์ของบิ๊กข่าวกรองทหารเคียฟ ระบุว่ามีการหารือระหว่างเจ้าหน้าที่สืบราชการลับสหรัฐฯและยูเครน ก่อนใช้ระบบอาวุธทันสมัยโจมตีเป้าหมาย
ในวันอังคาร (2) ระหว่างการกล่าวปราศรัยทางออนไลน์ตอนช่วงดึกที่เขาทำประจำทุกคืน เซเลนสกี้บอกว่า ถึงแม้สหรัฐฯจัดส่งพวกระบบจรวดยิงไกลทันสมัยมาให้แก่ยูเครนแล้ว แต่กองกำลังของเคยฟยังคงไม่สามารถเอาชนะฝ่ายรัสเซีย ซึ่งมีความได้เปรียบกว่าในเรื่องอาวุธหนักและกำลังพล

“เรื่องนี้รู้สึกกันมากในการสู้รบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน (ภูมิภาค) ดอนบาส (ทางภาคตะวันออกเของยูเครน) … ที่นั่นมันเป็นนรกชัดๆ พูดบรรยายออกมาไม่ถูกทีเดียว” ผู้นำยูเครนกล่าว

คำพูดเช่นนี้ของเขา ดูตรงกันข้ามกับช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ ซึ่งทั้ง เซเลนสกี้ และพวกผู้นำยูเครนคนอื่นๆ ต่างพูดกันอย่างมั่นใจว่า ระบบจรวดหลายลำกล้องที่สหรัฐฯและชาติตะวันตกอื่นๆ จัดส่งมาให้ จะกลายเป็นตัวเปลี่ยนเกม โดยทำให้เคียฟหวนกลับมาเป็นฝ่ายรุกตอบโต้ช่วงชิงดินแดนที่สูญเสียไปกลับคืนมา ทั้งนี้จรวดเหล่านี้ซึ่งมีความแม่นยำและมีระยะโจมตีไกลขึ้นกว่าอาวุธยิงไกลที่ยูเครนใช้อยู่เดิม มีเป้าหมายเพื่อลดความได้เปรียบของระบบจรวดของรัสเซีย

ในอีกด้านหนึ่ง รัสเซียออกมาโวยว่าสหรัฐฯกำลังมีส่วนร่วมโดยตรงในสงครามยูเครน สืบเนื่องจากที่ วาดิม สกิบิตสกี้ รองผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองทางทหารของยูเครน ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์เทเลกราฟของอังกฤษ เกี่ยวกับวิธีที่เคียฟใช้ระบบจรวดหลายลำกล้อง HIMARS ที่อเมริกาเป็นผู้ผลิตและจัดส่งให้ โดยเขาระบุว่า การยิงสู่เป้าหมายของฝ่ายยูเครน อิงอาศัยสิ่งที่เขาเรียกว่า ภาพถ่ายดาวเทียมที่ยอดเยี่ยมและข้อมูลข่าวสารเรียลไทม์

สกิบิตสกี้แจงว่า มีการหารือระหว่างพวกเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของอเมริกาและของยูเครน ก่อนการยิงโจมตีสู่เป้าหมาย ทั้งยังบอกอีกว่า วอชิงตันมีสิทธิคัดค้านอย่างทรงประสิทธิภาพต่อบางเป้าหมายที่เดิมทีตั้งใจจะโจมตี ถึงแม้เขาบอกว่าเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ไม่ได้ให้ข้อมูลเป้าหมายโดยตรงก็ตาม

กระทรวงกลาโหมรัสเซีย ซึ่งเจ้ากระทรวงเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แถลงเมื่อวันอังคาร (2 ส.ค.) ว่า คำพูดของ สกิบิตสกี้ แสดงให้เห็นว่า วอชิงตันมีส่วนร่วมโดยตรงในการสู้รบขัดแย้งในยูเครนคราวนี้ ถึงแม้ที่ผ่านมาจะพยายามยืนกรานมาตลอดว่า จำกัดบทบาทของตัวเองเพียงแค่จัดหาอาวุธให้เคียฟเพราะไม่ต้องการเผชิญหน้าโดยตรงกับมอสโกก็ตาม

คำแถลงยังระบุว่า คณะบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐฯ ต้องเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงสำหรับการโจมตีด้วยจรวดที่เคียฟอนุมัติทั้งหมด ต่อเป้าหมายซึ่งเป็นพื้นที่อยู่อาศัยและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลเรือนในบริเวณที่มีประชากรหนาแน่นในภูมิภาคดอนบาส ทางตะวันออกของยูเครนและเขตอื่นๆ ซึ่งส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิตจำนวนมาก

ทั้งทำเนียบขาวและกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) ไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ในทันที

อย่างไรก็ตาม เพนตากอนปฏิเสธข้อกล่าวอ้างของมอสโกที่ว่า รัสเซียทำลายระบบ HIMARS ที่ผลิตในอเมริกาไปแล้ว 6 ชุดนับจากสงครามยูเครนปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์

ยูเครนและตะวันตกกล่าวหารัสเซียโจมตีเป้าหมายด้านพลเรือนด้วยขีปนาวุธเกือบทุกวัน ขณะที่ต่างฝ่ายต่างปฏิเสธว่า ตนเองไม่ได้พุ่งเป้าโจมตีพลเรือน

ส่วนที่องค์การสหประชาชาติในนิวยอร์ก อเล็กซานเดอร์ โทรฟิมอฟ นักการทูตอาวุโสซึ่งดูแลเรื่องการงดแพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์และการควบคุมอาวุธของกระทรวงกลาโหมรัสเซีย กล่าวในที่ประชุมทบทวนสนธิสัญญางดการแพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์ ที่สหประชาชาติ จัดขึ้นในขณะนี้ว่า ความขัดแย้งในยูเครนไม่รุนแรงถึงขั้นทำให้รัสเซียต้องนำอาวุธนิวเคลียร์ออกมาใช้ แต่มอสโกก็อาจตัดสินใจใช้คลังแสงนิวเคลียร์เพื่อตอบโต้ “การก้าวร้าวรุกรานโดยตรง” ของพวกชาติสมาชิกนาโต ในสงครามคราวนี้

โทรฟิมอฟสำทับว่า มอสโกจะใช้อาวุธนิวเคลียร์เพื่อตอบโต้การโจมตีด้วยอาวุธทำลายล้างสูงหรือด้วยอาวุธตามแบบแผน ซึ่งคุกคามการดำรงคงอยู่ของรัสเซียเท่านั้น

(ที่มา: รอยเตอร์, เอเจนซีส์)

Leave a Reply

Your email address will not be published.