“ต ะ ข บ ป่ า” ของดีโบราณ ทั้งอร่อยและสssพคุณมาก

ตะขบป่ามีชื่อเรียกหลายชื่อ คือ หมากเบน เบนขบ ตาลเสี้ยน มะเกว๋นนก มะเกว๋นป่า ในบ้านเราจะมีอยู่ 2 ชนิดคือ 1 ตะขบป่าลำต้นมีหนาม และ 2 ตะขบป่าไร้หนาม(ตะขบยักษ์ไร้หนาม) ทั้งสองชนิด จะมีผลโตเหมือนกัน มีรสหวานหอม คนเดินป่าสมัยโบ ร า ณ นิยมเก็บเอาผลไปวางvาย ในตลาดตัวเมืองได้รับความนิยมรับประทานกันอย่างแพร่หลาย

ตะขบป่ามีชื่อวิทยาศาสตร์คือ FLACOURTIA IND I C A (BURMF) MERR PLACHNELLA SIAMENSIS อยู่ในวงศ์ FLACOURTIAC E A E เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ สูง 2-10 เมตร กิ่งก้านมีข้อ

ตะขบป่าไร้หนามนิยมปลูกกันมากกว่า และพบตามป่าธssมชาติน้อยมาก น้อยกว่าชนิดที่ต้นมีหนามใบเป็นใบเดี่ยว ออกสลับ รูปไข่กลับดอกออกเป็นช่อกระจะที่ซอกใบและปลายกิ่งมีดอกย่อยไม่มากนักเป็นดอกแยกเพศอยู่คนละต้นไม่มีกลีบดอกมีเกสรสีเหลืองปนขาว จำนวนมาก

ผลของตะขบป่าเป็นรูปทรงกลมผลโตเต็มที่เกือบเท่าผลมะนาว หรือลูกปิงปอง ผลดิบสีเขียว สุกเป็นสีแดงคล้ำ หรือ สีม่วงดำ เนื้อรสหวานหอม มีเมล็ด5-8เมล็ด คนโบ ร า ณ ก่อนกินเอาผลสุกไปคลึงให้ผลพอน่วม จะเพิ่มรสชาติให้หวานหอมอร่อยยิ่ง ขึ้น ติดผลทั้งปี ขยายพัน ธุ์ ด้วยเมล็ด และตอนกิ่ง

สssพคุณทา ง ย า

1 ใบแห้งต้มกับน้ำกิน บำรุ งร่างก าย แก้ไ ข้ แก้ไ อ หลอ ด ล ม อักเส บ ขับ ลม

2 ผลใช้กินเป็น ย า แก้ อ่ อ น เพลี ย

3 แก่นหรือราก ใช้เป็นยาแก้ตาน ข โ ม ย

4 ใช้เป็น ย า แก้อหิว า ต ก โ ร ค

5 น้ำยางจากต้นและใบสด แ ก้ อาก า ร ไอ

6 แก่นต้มน้ำดื่ม ขั บ เหงื่อ

7 แก่น แก้ท้อง บิ ด ท้อง ร่ ว ง

8 ผลมีสssพคุณเป็น ย า ระบาย

9 ใช้ต้มน้ำรากเป็นยาขั บ พ ย า ธิ ใส้เดือน

10 ตำราพื้นบ้านใช้ราก 1 กำมือ ต้มน้ำพอท่วมดื่ม 3-5 ครั้ง แก้ ไ ต พิ ก า ร ไ ต อักเ ส บ

12 ทั้งต้นหรือรากต้มน้ำอาบแก้ โ ร ค ผิวหนั ง ที่เกิดจาก ป ร ะ ด ง ดีมาก

ตอนนี้ตะขบป่ายักษ์ก็ยังมีการนำเข้าสายพันธุ์จากเวียดนามอีกด้วยนะคะ ซึ่งลูกใหญ่กว่าพัน ธุ์พื้นบ้านเยอะเลย ไม่ว่าจะเป็นตะขบยักษ์แบบไหนก็น่าปลูก โดยเฉพาะแบบไร้หนาม และตอนนี้ก็มีต้นพัน ธุ์ให้ปลูก โดยมีคนนำมา ข า ย เยอะพอสมควรลองหามาปลูกดูนะคะ

ขอขอบคุณที่มา: ช่องยูทูป ทิศทางไทย รูปภาพสวนคุณลี

 

Leave a Reply

Your email address will not be published.