เบนซ์ พรชิตา เผย มิค บรมวุฒิ ขอไปคุยกับคนอื่น

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งครอบครัวที่น่ารักและอบอุ่นอย่างมากโดยทางภรรยานั้นก็ได้หายหน้าไปจากหน้าจอทีวีนานมาก สำหรับ เบนซ์ พรชิตา กลับมาอีกครั้งกับการรับบทเป็นพิธีกรให้กับรายการ เกมรับจำนำ ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 ซึ่ง เบนซ์ ยอมรับว่าการกลับมาครั้งนี้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นจากแต่ก่อนมาก เพราะเริ่มกลับมาแต่งตัวอีกครั้ง หลังจากที่ต้องอยู่บ้านเลี้ยงลูก

ไม่แต่งตัวอะไรเลย อีกทั้งยังปล่อยให้นน. ตัวเพิ่มขึ้นอีกด้วย แต่การกลับมาครั้งนี้ เบนซ์ เผยว่า ต้องเปลี่ยนตัวเองใหม่หมด ทั้งกลับมาแต่งตัว ลดนน. และทวงคืนชีวิตคู่กลับมา เพราะก่อนหน้านั้น มัวสนใจแต่ลูก จนทำให้ มิค บรมวุฒิ ถึงกับแอบน้อยใจ เหมือนเป็นธาตุอากาศในบ้าน และเอ่ยปากขอไปคุยกับคนอื่นแทน พอเราสวยสดใสแบบนี้พี่มิคมีมาสะกิดๆ

บ้างมั้ย สะกิดไม่ค่อยได้ผลเท่าไรนะ เคยพูดกับพี่มิคว่า ไม่รู้ว่าตอนที่หมอ หมอเอาต่อมไปด้วยหรือเปล่า เพราะไม่ค่อยโอเคเท่าไร สงสารนาง แต่อย่างน้อยก็ได้อยู่ด้วยกัน ได้สนใจเขา อันนี้สำคัญนะ เพราะก่อนหน้านี้เขาเคยพูดกับเบนซ์ว่า เขาเหมือนเป็นธาตุอากาศอยู่ในบ้าน นางน่าสงสาร เรามัวแต่มองลูก นางก็น้อยใจ บอกว่ามิคจะไม่คุยด้วยแล้วนะ

มิคจะไปคุยกับคนอื่นแล้วนะถ้ามิคมีปัญหา ห้ามโกรธนะ เพราะยูไม่ฟัง เพราะไม่เห็นเขาเลย เราก็รู้สึกแย่นะ แต่ก็อธิบายกับเขาว่าก็ทำหน้าที่แม่อยู่ไง แต่พี่มิคเป็นคนโอเคคนนึงเลย ต้องบอกว่าเป็นพ่อที่ดีคนนึงเลยที่เข้าใจว่าโดยธรรมชาติเราไม่ใช่คนแบบนั้น เขาก็รอนะ” ความกุ๊กกิ๊กสามีภรรยาไม่มีเลยเหรอ ไม่มีเลย ศูนย์ คือตอนนี้เบนซ์จะเริ่มแหย่เขาแล้ว

ถึงจะไม่ได้ทำการบ้าน แต่ก็จะแหย่นาง คือทำให้มันตลกๆ เบนซ์ว่าแค่นี้มันก็ดีแล้วนะ เราก็ให้ความสนใจเขาเยอะขึ้น ล่าสุดไปดูหนังกัน 6 ปีไม่ได้ดูหนังกันเลยตั้งแต่มีลูก เพิ่งไปดูหนังครั้งแรกด้วยกันสองคน ปกติไม่เคยไปไหนเลย กินข้าวยังไม่เคยไปกันเลยสองคน แต่ปริมร้องไห้เหมือนแม่ออกไปแล้วจะไม่กลับมา ก็ต้องบอกเขาว่า

ปริม แม่ไปดูหนังเดี๋ยวก็กลับมาแล้วลูก พ่อก็เครียด คือเขาก็จะรู้สึกว่า เราไม่ได้ทำอะไรกันเลย จนลูกรู้สึกว่าเราไปไหนด้วยกันไม่ได้อีกแล้ว เราทำอะไรแล้วเหมือนเป็นความผิด เราก็เลยบอกว่าไม่ได้แล้วละ ถ้าเราจะไปก็ต้องไป แล้วเดี๋ยวเขาก็จะเข้าใจเองว่า มันเป็นเวลาที่พ่อแม่ต้องอยู่ด้วยกันบ้างนะ แค่นี้นางก็แฮปปี้แล้ว ยอมออกไปดูหนัง ยอมทิ้งลูกไปด้วย

คือเขาก็จะรู้สึกว่าได้ทำอะไรที่เขาอยากทำบ้าง เบนซ์ก็รู้สึกว่าดีนะ เพราะถ้าเป็นเมื่อก่อนเบนซ์จะไม่ไป คือไปทำไม อยู่กับลูก ยูก็ไปคนเดียวก็ได้หรือไม่ก็ไปดูกับคนอื่นไปอะไรแบบนี้ แต่บางคู่เรื่องกุ๊กกิ๊กของสามีภรรยาก็เห็นว่าสำคัญนะ สำคัญ อย่างคู่พี่ชายกับวิกกี้เขาถึงขั้นลงปฏิทิน อันนั้นเขาก็สวีตจริง แต่ของเราไม่มี พี่มิคเขาก็มีมาคุยแหละ

เบนซ์แค่รู้สึกว่าบ้านเบนซ์มันไม่มีจังหวะที่สามารถจะทำอะไรได้เลย มันเป็นบ้านที่คือห้องนอนแล้วห้องรับแขกเลย ทำอะไรไม่สะดวกเลยค่ะ เพราะเสียงลูกก็อยู่ใกล้ๆ ไม่มีความพอดี รู้สึกว่าไม่มีความสบายใจเลยที่จะทำอะไร แต่ก็คุยกันนะ ก็บอกเขา พี่มิคเขาก็โอเคนะ ความรู้สึกเขาคือแค่ให้คุยกับเขา สนใจเขา รู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้นะ ถามเขาหน่อยว่าเหนื่อยมั้ย

กินอะไรมั้ย พี่มิคเขาก็โอเคอยู่ แสดงว่าเคยมีคุยกันจริงจังถึงปัญหาตรงนี้ มีค่ะ พี่มิคซีเรียสเลย คุยจริงจังเลยว่าถ้าไม่มีโอเคจะต้องให้ทำยังไง แล้วถ้าพ่อออกไปข้างนอก พ่อไปคุยกับคนอื่นได้มั้ยอะไรแบบนี้ เบนซ์ก็สงสารเขานะ เราก็คุยกันจริงจังเลยว่า พ่อเข้าใจใช่มั้ยว่ามันเป็นแบบนี้ เขาก็บอกว่า

พ่อเข้าใจ แต่พ่อไม่เข้าใจ คือเขาเข้าใจในส่วนนี้ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่เหมือนเดิม เราก็เข้าใจเขาทุกอย่างเลย ก็คุยกันจริงจังว่ามันเป็นอย่างนี้ๆ แต่บ้านเบนซ์ดีอย่างคือคุยแล้วเคลียร์ คุยกันแล้วจบ เราแอบหวั่นมั้ยว่า ถ้าวันนึงเขาเกิดทำอย่างที่พูดจริงๆ เอาจริงๆ ไม่หวั่นเลย เพราะเบนซ์ว่า

เขารักลูกมากพอที่เขาจะไม่ทำอะไร คือเบนซ์รู้จักพี่มิคนะ พี่มิคเป็นคนที่รักครอบครัวและเขาก็รักลูก เบนซ์คิดว่าเขารู้แหละว่าอะไรทำได้ไม่ได้ และถ้ามันไม่โอเคก็คุยกัน เบนซ์เป็นอย่างนี้ประจำ ถ้าอันไหนที่เบนซ์รู้สึกว่ามันไม่โอเค ก็จะคุยเลย ซึ่งมันเป็นเรื่องดี บ้านเราไม่ค่อยมีปัญหากัน จะคุยกันแล้วเข้าใจ ก็คุยกันรู้เรื่องค่ะ รอไปก่อน


เรียบเรียงโดย ทีมงาน verynewsonline

Leave a Reply

Your email address will not be published.